สารสกัดจาก โรสแมรี่ (Rosemary) มีลักษณะเป็นน้ำมันที่สามารถใช้ผสมในน้ำมันสกัดธรรมชาติ เพื่อป้องกันการเกิดออกซิเดชัน (oxidation) หรือการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของผลิตภัณฑ์ โดยน้ำมันโรสแมรี่มีสารสำคัญที่เรียกว่า Carnosic Acid ซึ่งมีปริมาณสูงกว่า 5% สารนี้มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์และเนื้อเยื่อถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ Carnosic Acid ยังมีคุณสมบัติในการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิว ทำให้สารสกัดจากโรสแมรี่เป็นส่วนผสมที่มีคุณค่ามากในการดูแลผิวและปกป้องผลิตภัณฑ์จากการเสื่อมสภาพ
Rosemary Oleoresin Extract (ROE)
Rosemary Oleoresin (ROE) คือสารสกัดจากโรสแมรี่ มีลักษณะเป็นน้ำมันซึ่งใช้ผสมในน้ำมันสกัดธรรมชาติ เพื่อป้องกันการเกิด oxidation (หรือการเกิดอนุมูลอิสระ) ROE มีจำหน่ายทั่วไปแต่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ ROE ชนิดที่มีกรด Carnosic เข้มข้นอย่างต่ำ 10.0% ซึ่งทำให้ใช้ ROE เพียงจำนวนน้อย ในการเติบลงในน้ำมันสกัดธรรมชาติ เพื่อทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ
ROE ควรจะเติมในน้ำมันสกัดธรรมชาติทันทีหลังจากที่น้ำมันนั้นเริ่มสัมผัสกับอากาศ ROE จะไม่สามารถช่วยได้หากน้ำมันนั้นได้เกิด oxidation มาเป็นเวลานาน (โดยสังเกตุได้จากกลิ่นหืน) หลังจากที่เติบ ต้องขนให้เข้ากัน จนแน่ใจว่า ROE กระจายตัวทั่วในน้ำมัน เนื่องจาก ROE มีลักษณะเป็นน้ำมันเหนียวบริษัทจำหน่ายสารที่ช่วยทำหน้าที่ปกป้องส่วนผสมในสูตร จากการเสื่อมคุณภาพ ดังนี้
1. Vitamin E (Tocopheryl Acetate) สามารถช่วยปกป้องส่วนผสม จากการเสื่อมสภาพ เนื่องจากกระบวนการ oxidation (อนุมูลอิสระ) ข้อดี: ตัวสาร (Vitamin E) เองมีอายุยืนยาว ข้อเสีย: ประสิทธิภาพต่ำกว่าชนิดอื่นๆ
2. Vitamin E (dl-alpha Tocopherol) สามารถช่วยปกป้องส่วนผสม จากการเสื่อมสภาพ เนื่องจากกระบวนการ oxidation (อนุมูลอิสระ) ข้อดี: ตัวสาร (Vitamin E) เองมีอายุสั้นกว่าชนิดอื่น ข้อเสีย: ประสิทธิภาพปานกลาง ซึ่งสูงกว่า Vitamin E ชนิด Tocopheryl Acetate
3. Rosemary Oleoresin Extract สามารถช่วยปกป้องส่วนผสม จากการเสื่อมสภาพ เนื่องจากกระบวนการ oxidation (อนุมูลอิสระ) ข้อดี: มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับ Vitamin E ข้อเสีย: มีสีเข้ม มีกลิ่น ราคาสูง
4. Protec™ OX สามารถช่วยปกป้องส่วนผสม จากการเสื่อมสภาพ เนื่องจากกระบวนการ oxidation (อนุมูลอิสระ) ข้อดี: มีประสิทธิภาพสูงสุด ข้อเสีย: เป็นสารสังเคราะห์เคมี (ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติเหมือน 1,2,3)
5. Protec™ UV สามารถช่วยปกป้องส่วนผสม จากการเสื่อมสภาพ เนื่องจากแสง UV ข้อดี: มีประสิทธิภาพสูงสุด ข้อเสีย: เป็นสารสังเคราะห์เคมี
6. Protec™ SQ สามารถช่วยปกป้องส่วนผสม โดยทำหน้าที่เป็น Singlet state quencher ลดการเกิด oxidation ในสูตร ข้อดี: มีประสิทธิภาพดี ข้อเสีย: มีสีเหลืองเข้ม
7. ActiveProtec™ UV ช่วยปกป้องสูตร จาก UV สามารถละลายน้ำได้โดยตรง จึงใช้งานง่าย เติมลงในสูตรน้ำและปั่นให้ละลายเข้ากันได้ทันที เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการบรรจุในขวดใส
8. ActiveProtec™ OX ช่วยปกป้องสูตรจาก Oxidation สามารถละลายน้ำได้โดยตรง จึงใช้งานง่าย เติมลงในสูตรน้ำและปั่นให้ละลายเข้ากันได้ทันที เหมาะสำหรับสูตรที่มีปัญหาการเปลี่ยนสี โดยเฉพาะสูตร whitening ผิวขาว
การใช้: สำหรับผสมในน้ำมันสกัดธรรมชาติ เพื่อชะลอการเกิดอนุมูลอิสระ
วิธีการผสม: ผสมในน้ำมัน คน หรือเขย่าแรง ให้แน่ใจว่า ROE ได้กระจายตัวทั่วในน้ำมัน
อัตราการใช้: 0.02% - 0.1% (ไม่แนะนำให้ใช้เกินกว่านี้ เนื่องจาก ROE มีกลิ่น Rosemary แรง และ 0.1% มีประสิทธิภาพเพียงพอแล้วในการต้านอนุมูลอิสระ
ลักษณะผลิตภัณฑ์: น้ำมันขุ่นข้นสีน้ำตาลเข้ม
การละลาย: สามารถละลายในน้ำมัน
การเก็บรักษา: สามารถเก็บในอุณหภูมิห้อง แต่ปิดฝาขวดให้สนิท แล้วมิดชิดจากแสงแดด หรือความร้อน ผลิตภัณฑ์มีอายุอย่างต่ำ 2ปี
INCI Name: Rosmarinus Officinalis (Rosemary) Leaf Extract
*ก่อนการผลิตเครื่องสำอางสำเร็จรูป เพื่อจำหน่าย ผู้พัฒนาสูตรหรือผู้ผลิต จะต้องทดสอบทำ challenge test เพื่อทราบถึงประสิทธิภาพและความเหมาะสมของสารกันเสียต่อสูตรเครื่องสำอาง ก่อนการผลิตและจำหน่ายเสมอ*